ข่าวประชาสัมพันธ์

อดีตทูตไทยประจำเดนมาร์กเผยประสบการณ์ใช้สิทธิเจ็บป่วยฉุกเฉิน UCEP

467 0
แชร์

อดีตทูตไทยประจำเดนมาร์กเผยประสบการณ์หัวใจวายเฉียบพลัน และการใช้สิทธิ "ป่วยฉุกเฉินรักษาทุกที่" (UCEP) จนอาการพ้นขีดอันตราย ชี้เป็นประโยชน์กับทุกคน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 1 สิงหาคม 2563 ที่ผ่านมา น.ส.วิมล คิดชอบ อดีตเอกอัครราชทูตไทยประจำ สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงโคเปนเฮเกน ราชอาณาจักรเดนมาร์ก เขียน Facebook ส่วนตัวบอกเล่าประสบการณ์ช่วงเวลาวิกฤติและการใช้สิทธิการรักษาพยาบาลกรณีเจ็บป่วยฉุกเฉินวิกฤติมีสิทธิทุกที่ หรือ Universal Coverage for Emergency Patients (UCEP) โดยระบุว่า เมื่อวันศุกร์ปลายเดือนที่ผ่านมาก่อนช่วงวันหยุดยาวได้ไปพบแพทย์เพราะมีอาการเหนื่อยผิดปกติเวลาออกกำลังกาย แต่ยังไม่มีอาการแน่นหน้าอก แพทย์ทำการตรวจหัวใจด้วยคลื่นเสียงสะท้อนความถี่สูงพบว่ามีอาการลิ้นหัวใจรั่วและนัดพบแพทย์อีกครั้งในสัปดาห์ถัดไปหลังช่วงวันหยุดยาวเพื่อส่องกล้องตรวจอย่างละเอียดและฉีดสีตรวจหลอดเลือดด้วย

อย่างไรก็ตาม เวลาประมาณ 6.00 น. วันที่ 26 กรกฎาคม 2563 ตนเกิดอาการกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลัน (heart attack) ซึ่งตลอดเวลาในช่วงวิกฤติจนกระทั่งผ่านพ้นไปนั้น ตนมีสติรู้ตัวทุกอย่างแม้แต่ตอนที่ถูกช็อตไฟฟ้าในห้องสวนหัวใจ แต่ทุกอย่างก็ผ่านไปอย่างเรียบร้อย ปลอดภัย แพทย์ทำบอลลูนและใส่ขดลวดขยายหลอดเลือด stent ให้ โดยสันนิษฐานว่าตะกอนที่เกาะตามผนังหลอดเลือดซึ่งน่าจะมีมากพอสมควร เกิดแตกหลุดออกมาแล้วไปรวมกันอุดปิดกั้นหลอดเลือดจนตันสนิท ซึ่งหลอดเลือดเส้นนั้นเป็นเส้นเลือดใหญ่ที่เข้าไปเลี้ยงหัวใจด้านขวา ทำให้กล้ามเนื้อหัวใจส่วนนั้นขาดเลือดไปเลี้ยงอย่างเฉียบพลัน

น.ส.วิมล กล่าวว่า สาเหตุที่รอดชีวิตมาได้ก็เพราะได้รับความช่วยเหลืออย่างทันท่วงที โดยเฉพาะหมออ๊อด หรือ พล.ต.ท. วิฑูรย์ นิติวรางกูร น้องเขยที่รีบบึ่งมาจากบ้านอย่างรวดเร็วทันทีที่ได้รับโทรศัพท์ และถึงแม้จะเป็นผู้บริหารโรงพยาบาลตำรวจ แต่เมื่อเห็นว่าไม่ทันการณ์แน่ ก็ตัดสินใจเรียกรถพยาบาลโรงพยาบาลกรุงเทพที่อยู่ใกล้บ้านที่สุด ทีมฉุกเฉินของโรงพยาบาลกรุงเทพที่มารับตัวที่บ้านก็มีความเป็นมืออาชีพมาก ทุกอย่างรวดเร็วมีประสิทธิภาพ เมื่อถึงโรงพยาบาลก็โชคดีที่มีแพทย์โรคหัวใจเข้าเวรอยู่พอดี แพทย์และทีมงานมีความพร้อมสูง ทำการสวนหัวใจได้อย่างมีประสิทธิภาพรวดเร็ว ระบบการทำงานทุกอย่างลื่นไหลไม่มีสะดุด ทำให้สามารถทำการรักษาได้ทันการณ์  ซึ่งเป็นเรื่องที่สำคัญมากเพราะแต่ละนาทีมีความสำคัญ ถ้ามาช้าและใช้เวลานานเกินไป หัวใจก็คงเสียหายเกินแก้ไข

นอกจากนี้แล้ว สิ่งสำคัญอีกประการที่อยากจะแบ่งปันให้ทราบเพราะเห็นว่าเป็นประโยชน์กับทุกคน คือการป่วยแบบวิกฤติครั้งนี้ได้มีโอกาสใช้สิทธิ “เจ็บป่วยฉุกเฉินวิกฤติ มีสิทธิทุกที่” ภายใต้กรอบ UCEP หรือ Universal Coverage Emergency Patients ซึ่งเป็นสิทธิที่รัฐบาลทำให้ประชาชนคนไทยทุกคน หากเกิดเหตุการณ์วิกฤติฉุกเฉินเป็นอันตรายต่อชีวิตสามารถได้รับการรักษาฟรีเพื่อให้พ้นภาวะวิกฤตภายใน 72 ชั่วโมงแรกให้พ้นภาวะวิกฤต โดยจะรักษาที่โรงพยาบาลไหนก็ได้ที่ใกล้ผู้ป่วยที่สุด รวมถึงโรงพยาบาลเอกชนด้วย

น.ส.วิมล กล่าวทิ้งท้ายว่า แม้จะโชคดีรอดชีวิตผ่านช่วงวิกฤติมาได้แบบหวุดหวิดแต่ปัญหายังไม่จบเพราะยังต้องเข้ารับการรักษาหลอดเลือดที่พบว่าตีบอีก 2 เส้น แต่ก็ถือว่ายังดีที่ได้มีโอกาสซ่อมแซม ระหว่างนี้ขอปลีกวิเวกเพื่อให้ร่างกายได้พัก และขอบคุณโชคชะตาฟ้าดินที่ถึงแม้จะต้องเจอประสบการณ์วิกฤติที่หนักหนาแต่ก็ให้โอกาสได้รอดตายมาพบหน้าคนที่รักอีกและได้ตั้งสติตั้งตัวกันใหม่ ขอให้ทุกคนดูแลตัวเองให้ดีเพราะชีวิตคนเราก็เพียงแค่ลมหายใจจริงๆ